Derma Longevity
Program Ejal40 Italy Bioremodeling
HA เข้มข้นจากอิตาลี ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากชั้นลึก
ไฮยาลูรอนิกเข้มข้น 40 มก. ต่อ 2 มล. จากอิตาลี ไม่ผ่านการเชื่อมโมเลกุล ช่วยให้ผิวอุ้มน้ำและกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินใหม่ คุณหมอปิงปองฉีดเฉพาะจุดตามโครงสร้างใบหน้า ผิวจึงดูแน่น อิ่มฟู และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ราคา
เหมาะกับใคร
ผิวที่เริ่มหย่อนและบางลง ผิวขาดน้ำ ริ้วรอยเล็กๆ กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรืออยากให้ผิวแข็งแรงจากโครงสร้างด้านใน โดยไม่ต้องการเพิ่มรูปทรงแบบฟิลเลอร์
ไม่ควรทำถ้า
ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แพ้ไฮยาลูรอนิก มีการติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือเริมบริเวณที่จะฉีด มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน โรคภูมิคุ้มกันที่กำลังกำเริบ และควรแจ้งคุณหมอก่อนถ้าทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด มีภาวะเลือดออกง่าย หรือเพิ่งทำเลเซอร์หรือพีลลึก
Bioremodeling คืออะไร
Bioremodeling คือการใช้ไฮยาลูรอนิก (HA) เข้มข้นที่ไม่ผ่านการเชื่อมโมเลกุล ฉีดเข้าไปในผิว HA ชนิดนี้ไม่ได้เพิ่มรูปทรงแบบฟิลเลอร์ แต่จะกระจายตัวไปในผิว ดึงน้ำเข้ามา และกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้กลับมาทำงานอีกครั้ง เป้าหมายคือผิวที่แข็งแรงและมีคุณภาพดีขึ้นจากด้านใน
ข้อมูลของ Ejal40
- ไฮยาลูรอนิก 40 มก. ใน 2 มล. (20 มก./มล.) ไม่ผ่านการเชื่อมโมเลกุล
- น้ำหนักโมเลกุลกลางถึงใหญ่ ประมาณ 1,200–1,800 kDa
- ผลิตในอิตาลี ได้มาตรฐาน CE ในฐานะเครื่องมือแพทย์
- ไม่มียาชาผสม
ทำไม HA สำคัญกับผิว
ไฮยาลูรอนิกประมาณครึ่งหนึ่งของร่างกายอยู่ในผิว ทำหน้าที่จับน้ำไว้และทำให้ชั้นหนังแท้อิ่มและยืดหยุ่น เมื่ออายุมากขึ้นและผิวโดนแดดสะสม ผิวจะสร้าง HA ได้น้อยลง และ HA ที่มีอยู่จะแตกเป็นโมเลกุลเล็กลง ผิวจึงแห้ง บางลง และกระชับน้อยลง
อยู่ตรงไหนใน Triple Derma Layer
Ejal40 ทำงานหลักในชั้น Deep Dermis (หนังแท้ชั้นลึก) ซึ่งเป็นชั้นที่คอลลาเจน อีลาสติน และ ECM ค้ำผิวไว้ จึงใช้คู่กับการดูแลผิวชั้นบนได้ดี อย่างใน Program Skin Trio
เทคนิคของคุณหมอปิงปอง
คุณหมอเลือกเทคนิคตามปัญหาของแต่ละคน หลักๆ มี 2 แบบ
- ฉีด 5 จุดบนใบหน้า คุณหมอออกแบบตำแหน่งและความลึกของแต่ละจุดเฉพาะบุคคล ตามโครงหน้าและบริเวณที่ผิวต้องการการพยุง เช่น โหนกแก้ม หน้าใบหู มุมกราม และรอบปาก จากนั้นเนื้อ HA จะกระจายตัวไปยังผิวรอบๆ เอง แต่ละคนจึงไม่ได้ฉีดตำแหน่งเดียวกัน
- ใช้ cannula (เข็มปลายมน) สำหรับบริเวณที่ต้องการความอิ่ม เช่น ใต้ตา หรือบริเวณที่ปกติต้องใช้ฟิลเลอร์ แต่คนไข้ยังไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ เข็มปลายมนช่วยเกลี่ยเนื้อ HA ได้เป็นแนวและเรียบเนียน และลดโอกาสช้ำ
นอกจากใบหน้า ยังทำที่คอและหลังมือได้ตามการประเมินของคุณหมอ
สิ่งที่คาดหวังได้
- ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้ไม่นานหลังฉีด ส่วนความแน่นจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1–3 เดือน
- โดยทั่วไปทำ 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน แล้วทำต่อเนื่องทุก 3–4 เดือน
- ตุ่มนูนตรงจุดที่ฉีดจะยุบเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน
- งดแต่งหน้า 12 ชั่วโมง เลี่ยงซาวน่าและแดดจัดสัก 2–3 วัน
คำถามที่พบบ่อย
Ejal40 ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร
ฟิลเลอร์เป็นเจล HA ที่เชื่อมโมเลกุลไว้ ใช้เพิ่มรูปทรง เช่น คางหรือกรอบหน้า Ejal40 เป็น HA ที่ไม่ได้เชื่อมโมเลกุล เนื้อจะกระจายไปในผิว ไม่ได้เพิ่มรูปทรง แต่ทำให้ผิวชุ่มชื้น แน่นขึ้น และคุณภาพดีขึ้นจากด้านใน
ใช้แทนฟิลเลอร์ได้ไหม
ในบางชั้นและบางจุดใช้แทนได้ และหลายจุดยังดูเป็นธรรมชาติกว่าด้วย เพราะเนื้อ HA กระจายไปกับผิว โอกาสเป็นก้อนน้อย และผิวบริเวณนั้นยังแข็งแรงและดูสดใสขึ้นด้วย คุณหมอปิงปองจึงชอบใช้ combined technique คือ Ejal40 คู่กับฟิลเลอร์ปริมาณน้อยลง ได้ทั้งรูปทรงที่ต้องการและผิวที่ดีขึ้น
ฉีดใต้ตาได้ไหม
ได้ คุณหมอปิงปองใช้ cannula เกลี่ยเนื้อ HA ให้เรียบใต้ตา เป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความชำนาญ ผิวใต้ตาจะดูแน่นและอิ่มขึ้น เนื้อผิวก็ดีขึ้นด้วย ถ้าอยากได้ความฉ่ำมากกว่านี้ อาจเลือก Hydrobooster หรือใช้สองตัวคู่กัน
ต้องทำกี่ครั้ง และผลอยู่ได้นานแค่ไหน
ส่วนใหญ่ทำ 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน แล้วมาทำต่อทุก 3–4 เดือนเพื่อรักษาผล อายุและสภาพผิวมีผล คุณหมอจะวางแผนให้ตามผิวของคุณ
ฉีดแล้วเจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือเปล่า
ทายาชาก่อนฉีด ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บนิดหน่อย หลังฉีดจะเห็นตุ่มนูนตรงจุดที่ฉีด ไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วันก็ยุบ ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้เลย
Ejal40 กับ Definisse Italy Hydrobooster ต่างกันอย่างไร
Ejal40 ทำงานในหนังแท้ชั้นลึก เน้นคอลลาเจนและ ECM ส่วน Hydrobooster ทำงานในหนังแท้ชั้นบน เน้นความชุ่มชื้นและเนื้อผิว ใช้คู่กันได้ และทั้งสองตัวอยู่ใน Skin Trio
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทุกโปรแกรมเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์